[Novel] Agaligo:Misery of Happiness Prologue
posted on 12 May 2011 18:04 by mo2agaligoข้อตกลงในการเข้ามาอ่านบลอค
นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยความเคารพ
หากมีปัญหาทางการมองเห็น สามารถปรึกษาจักษุแพทย์ได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านท่าน
สรุปข้อสำคัญดังนี้
1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสมและเกิดความขัดแย้ง
3.ห้ามนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพไปโพสที่อื่นๆหรือทำการดัดแปลงรูปแบบ ข้อความใดๆ โดยไม่ได้ติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อน
Agaligo : Misery of Happiness
บทนำ
เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งเดินย่ำสม่ำเสมอบดเบียดเม็ดทรายละเอียดเล็กไปบนพื้นคอนกรีตที่ทอดยาวไปจนสุดสายตา คลื่นลมและกลิ่นอายทะเลในยามรุ่งเช้าไม่เย็นจัดอย่างในฤดูหนาว แต่กลับทำให้รู้สึกเหน็บหนาวอย่างน่าประหลาด ร่างๆหนึ่งสวมเพียงแจ๊คเก็ตสีเทาตัวเก่ง ยกฮู้ดดี้ขึ้นคลุมศีรษะตนเอง พลางหยุดยืนมองไปยังทะเลกว้าง ดวงอาทิตย์ยามเช้าเริ่มโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นในเวลานี้ ร่างนั้นถอดรองเท้าออก ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาแล้วเดินออกจากทางเดินคอนกรีต เหยียบย่ำไปบนผืนทราย ที่ร่วนเสียราวกับจะจับยึดไม่ให้ก้าวเดินไปข้างหน้า ทว่าเขาไม่สนใจ
‘หนาว....’ ไตติลาคิด กอดอกห่อตัวให้เล็กลงเพิ่มความอบอุ่นให้ตัวเอง ก่อนทรุดนั่งลงบนผืนทราย
ไตติลานั่งทอดสายตาไปยังความเวิ้งว้างเงียบเหงาเหมือนหัวใจตน คิดย้อนกลับไปพิจารณาเรื่องราวในอดีตที่เกินคาดหมายและเหลือจะเชื่ออันเกิดขึ้นกับตนเอง จะมีใครเชื่อว่า ‘เวลา’ ทำให้คนสองคนมาพบกันและถูกพรากออกจากกันได้อย่างอัศจรรย์ถึงเพียงนั้น ในคืนหนึ่งที่เหมือนค่ำคืนปรกติธรรมดา ไตติลากลับพบชายคนหนึ่งที่ไม่มีที่มาที่ไปเข้าในห้องพักของตนเอง ไม่ว่าด้วยเพราะเหตุใด ทั้งคู่คุ้นเคยกันดีจนท้ายที่สุดจึงพัฒนาเป็น ‘ความรัก’ โดยหารู้ไม่เลยว่า เวลาของพวกเขาต่างกันราวห้าสิบปี ปัจจุบันของไตติลาในเวลานั้น คืออดีตของใครอีกคน เขาคนนั้นคือ กษิดิส
‘ติลา เธอจะยังรักฉันไหม? ถ้าฉันเป็นตาแก่ใกล้ตายอย่างนี้?’ ไตติลาจำได้แม่นยำนัก กับคำถามที่กษิดิสถามขึ้น เมื่อคราวที่พวกเขาได้ใช้ชีวิตร่วมเวลากัน เวลาที่ไตติลารู้สึกสับสนเหนื่อยล้า ทว่ากษิดิสอ่อนแรงอย่างมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังเดินทางจนสุดเส้นทางสายชีวิต
‘รัก…’ นั่นคือคำตอบที่กู่ก้องอยู่ในหัวใจไตติลา ทว่าไม่อาจกลั่นกรองเป็นคำพูดใดๆได้
“มานั่งทำอะไรตรงนี้ หนาวนะ” เจ้าของเสียงทุ้มนั้นยิ้มรับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นไตติลาหันมองและไม่ได้ตอบคำในทันที เขาเพียงมองอีกฝ่ายนิ่งนานหลายอึดใจก่อนจะบอก
“พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว” ไตติลาชี้นิ้วไปยังเบื้องหลังชายอีกคน แสงอาทิตย์แรกของวัน เริ่มทาทาบที่ขอบฟ้า ชายผู้ถูกชี้ชวนจึงนั่งลงเคียงข้างบนผืนทราย โดยไร้ซึ่งบทสนทนาต่อกัน เฝ้ารอคอยให้เวลาเนิ่นช้าเดินผ่านไปอย่างเงียบงัน จวบจนดวงอาทิตย์ลอยสูงเหนือผิวน้ำเห็นเป็นดวงส้มแดง ชายคนที่นั่นเคียงใกล้จึงลุกขึ้นปัดกางเกงก่อนจะเอ่ย
“เป็นอะไรไป?” เสียงนุ่มนวลนั้นถามติดจะหยอกเย้า ดวงหน้าคมสันนั้นยิ้มกว้างขวาง ชั่วพริบตาหนึ่ง ไตติลาเหมือนได้เห็นใครอีกคน ที่แสนรักหนักหนา ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่า ‘ไม่ใช่’ ไตติลาไม่ได้ตอบ เพียงแต่แย้มริมฝีปากยิ้มจาง
“สมิทธิ์ว่า หากวัดกันที่ความรู้สึกที่ใครสักคนมีอิทธิพลกับเราแล้ว....ระหว่างคนเป็นกับคนตาย คนไหนจะชนะ?”รอยยิ้มของชายหนุ่มที่ถูกถามจางเจื่อนลง แววตาที่ฉายประกายเจ็บร้าวเพียงเบาบางนั้นไม่อาจรอดพ้นสายตาไตติลาไปเช่นกัน
“ติลารู้คำตอบอยู่กับใจแล้วนี่..ปะ....ไปกันเถอะ”ไตติลาพยักหน้ารับ ก่อนจะยื่นมือออกไปไขว่คว้าฝ่ามือแข็งแรงของอีกคนไว้ยึดเป็นหลักยืน เพียงปลายนิ้วสัมผัสเขากลับรู้สึกถึงความอุ่น แวบวาบสู่หัวใจ
ไตติลากำลังคิดถึงคำตอบที่ตนเองถาม คำตอบของมันชัดเจนในความรู้สึกมานานช้า...
‘คนตายชนะเสมอ’
โปรดติดตามตอนต่อไป
edit @ 12 May 2011 18:14:29 by MEZZ
สวัสดีค่ะทุกท่าน ภาคต่อของไตติลามาเเล้วนะคะ บางท่านอาจจะทราบว่าเคยมีเวอร์ชั่นก่อนหน้า เขียนไปถึงบทที่1เเล้ว หลังจากนั้นก็เว้นระยะราวหกเดือน เนื่องจากทำธีสิส ซึ่งระยะเวลาหลายเดือนนี้ทำให้เมื่อกลับมาเขียนต่อก็ต่อกันไม่ติดเสียเเล้ว อีกทั้งเกิดความคิดใหม่ๆบางอย่างขึ้น จึงขอถอยกลับไปเริ่มใหม่เสียทั้งหมดเลยดีกว่าค่ะ
ขอบคุณสำหรับการติดตาม เเละยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
edit @ 12 May 2011 18:27:29 by MEZZ

คนใจร้าย!!!!
/me ทรุดนั่งแบบดราม่าอยู่ตรงมุมห้อง
#1 By RUBIS on 2011-05-13 18:06